Latest Publications

มีพัฒนาการบนพื้นฐานของความเป็นไทยลักษณะนิสัยที่อ่อนหวานละมุนละไม

24

ศิลปะไทย เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ซึ่งคนไทยทั้งชาติต่างภาคภูมิใจอย่างยิ่งความงดงามที่สืบทอดอันยาวนานมาตั้งแต่อดีต บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น โดยมีพัฒนาการบนพื้นฐานของความเป็นไทย ลักษณะนิสัยที่อ่อนหวาน ละมุนละไม รักสวยรักงาม ที่มีมานานของสังคมไทย ทำให้ศิลปะไทยมีความประณีตอ่อนหวาน เป็นความงามอย่างวิจิตรอลังการที่ทุกคนได้เห็นต้องตื่นตา ตื่นใจ อย่างบอกไม่ถูก ลักษณะความงามนี้จึงได้กลายเป็นความรู้สึกทางสุนทรียภาพโดยเฉพาะคนไทยและศิลปะไทยยังตัดเส้นด้วยสีดำและสีน้ำตาลเท่านั้นเมื่อเราได้สืบค้นความเป็นมาของสังคมไทย พบว่าวิถีชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย มีประเพณีและศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมมาก่อน ดังนั้น ความผูกพันของจิตใจจึงอยู่ที่ธรรมชาติแม่น้ำและพื้นดิน สิ่งหล่อหลอมเหล่านี้จึงเกิดบูรณาการเป็นความคิด ความเชื่อและประเพณีในท้องถิ่น แล้วถ่ายทอดเป็นวัฒนธรรมไทยอย่างงดงาม ที่สำคัญวัฒนธรรมช่วยส่งต่อคุณค่าความหมายของสิ่งอันเป็นที่ยอมรับในสังคมหนึ่ง ๆ ให้คนในสังคมนั้นได้รับรู้แล้วขยายไปในขอบเขตที่กว้างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่การสื่อสารทางวัฒนธรรมนั้นกระทำโดยผ่านสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์นี้คือผลงานของมนุษย์นั้นเองที่เรียกว่า ศิลปะไทย

ปัจจุบันคำว่า “ศิลปะไทย” กำลังจะถูกลืมเมื่ออิทธิพลทางเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแทนที่สังคมเก่าของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกแห่งการสื่อสารได้ก้าวไปล้ำยุคมาก จนเกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยอดีต โลกใหม่ยุคปัจจุบันทำให้คนไทยมีความคิดห่างไกลตัวเองมากขึ้น และอิทธิพลดังกล่าวนี้ทำให้คนไทยลืมตัวเราเองมากขึ้นจนกลายเป็นสิ่งสับสนอยู่กับสังคมใหม่อย่างไม่รู้ตัว มีความวุ่นวายด้วยอำนาจแห่งวัฒนธรรมสื่อสารที่รีบเร่งรวดเร็วจนลืมความเป็นเอกลักษณ์ของชาติเมื่อเราหันกลับมามองตัวเราเองใหม่ ทำให้ดูห่างไกลเกินกว่าจะกลับมาเรียนรู้ว่า พื้นฐานของชาติบ้านเมืองเดิมเรานั้น มีความเป็นมาหรือมีวัฒนธรรมอย่างไร ความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้เราลืมมองอดีตตัวเอง การมีวิถีชีวิตกับสังคมปัจจุบันจำเป็นต้องดิ้นรนต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ถ้าเรามีปัจจุบันโดยไม่มีอดีต เราก็จะมีอนาคตที่คลอนแคลนไม่มั่นคง การดำเนินการนำเสนอแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนศิลปะในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการค้นหาอดีต โดยเราชาวศิลปะต้องการให้อนุชนได้มองเห็นถึง ความสำคัญของบรรพบุรุษ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะไทย ให้เราทำหน้าที่สืบสานต่อไปในอนาคต

จุดเริ่มต้นของศิลปะ คือการที่มนุษย์ต้องประดิษฐ์และสร้างสรรค์ขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของศิลปะ คือ การที่มนุษย์ต้องประดิษฐ์และสร้างสรรค์สิ่งอำนวยความสะดวก และเพื่อความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย สำหรับการดำรงชีพและความอยู่รอด ได้แก่ ที่พักอาศัยอย่างง่าย ๆ อาวุธที่สร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ สร้างภาชนะที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผาอย่างง่าย ๆ ล้วนเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์
เพื่อแก้ปัญหา และตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นไปในลักษณะที่แตกต่างจากธรรมชาติ ในระยะต่อมา เมื่อมนุษย์ได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งบางเหตุการณ์เป็นสิ่งที่เหนือคำอธิบายได้ในยุคนั้น ด้วยความเกรงกลัวในอิทธิฤทธิ์อำนาจของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ จึงได้เกิด
พิธีกรรมต่าง ๆ พัฒนามาเป็นลัทธิ ความเชื่อ จนกลายเป็นศาสนาในปัจจุบัน ศิลปะจึงได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประกอบในพิธีกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นรากฐานและแรงบันดาล ใจให้มนุษย์ในสมัยต่อ ๆ มา สร้างงานที่มีลักษณะแปลก แตกต่าง และพัฒนาให้เกิด ผลงานที่ดีขึ้นต่อไป

การสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ เป็นการดำเนินการในลักษณะต่าง ๆเพื่อให้ เกิดสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่มีชีวิตเท่านั้นที่จะมีความคิดอย่างสร้างสรรค์ได้ ความคิด สร้างสรรค์เป็นความคิดระดับสูง เป็นความสามารถทางสติปัญญาแบบหนึ่ง ที่จะคิดได้หลายทิศทาง
หลากหลายรูปแบบโดยไม่มีขอบเขต นำไปสู่กระบวนการคิดเพื่อสร้างสิ่งแปลกใหม่ หรือเพื่อการพัฒนา ของเดิมให้ดีขึ้นทำให้เกิดผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตน เป็นตัวของตัวเอง อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์เป็นสิ่งมี ชีวิตเพียงชนิดเดียวในโลก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบในการดำรงชีวิต และสามารถพัฒนาสิ่งต่าง ๆให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงมีความสามารถในการพัฒนาตน พัฒนาสังคม พัฒนาประเทศ และรวมถึงพัฒนาโลกที่เราอยู่ให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับมนุษย์มากที่สุด ในขณะที่สัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่มีวิวัฒนาการมาเช่นเดียวกับเรายังคงมีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของการพบที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้ถูกกระทำขึ้นมาโดยผ่าน “การค้นพบโดยบังเอิญ” หรือการค้นพบบางสิ่งขณะที่กำลังค้นหาบางสิ่งอยู่ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์อาจไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ถึงขนาดการพัฒนาบางสิ่งขึ้นมาให้กับโลกแต่มีอาจเกี่ยวข้องกับพัฒนาการบางอย่างให้ใหม่ขึ้นมา อาจเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อตัวของเราเอง เมื่อเราเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง เราจะพบว่าโลกก็จะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเรา และในวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เราได้มีประสบการณ์กับโลก ความคิดสร้างสรรค์จึงมีความหมายที่ค่อนข้างกว้างและสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับการผลิต การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ กระบวนการวิธีการที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เราคาดหวังว่าความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้การดำเนินชีวิตและสังคมของเราดีขึ้น เราจะมีความสุขมากขึ้น โดยผ่านกระบวนการที่ได้ปรับปรุงขึ้นมาใหม่นี้ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

การสร้างสรรค์จะประสบความสำเร็จเป็นผลงานได้ นอกจากต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวกำหนดแนวทางและรูปแบบแล้ว ยังต้องอาศัยสามารถที่ยอดเยี่ยมของศิลปิน ซึ่งเป็นความ สามารถเฉพาะตน เป็นความชำนาญที่เกิดจากการฝึกฝนและความพยายามอันน่าทึ่ง เพราะฝีมืออันเยี่ยมยอดจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีความงามอันเยี่ยมยอดได้ นอกจากนี้ยังต้องอาศัยวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ แบ่งออกเป็น วัตถุดิบที่ใช้เป็นสื่อในการแสดงออก และเครื่องมือที่ใช้สร้างสรรค์ให้เกิดผลงาน ตามความชำนาญ ของศิลปินแต่ละคน แนวทางในการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินแต่ละคน อาจมีที่มาจากแนวทางที่ต่างกัน บางคนได้รับแรงบันดาลใจจากความงาม ความคิด ความรู้สึก ความประทับใจ แต่บางคนอาจสร้างสรรค์งานศิลปเพื่อแสดงออกถึงฝีมืออันเยี่ยมยอดของตนเอง เพื่อประกาศความเป็นเลิศอย่างไม่มีที่เปรียบปานโดยไม่เน้นที่เนื้อหาของงาน และบางคนอาจสร้างสรรค์งานศิลปจากการใช้วัสดุที่สนใจ โดยไม่เน้นรูปแบบและแนวคิดใด ๆ เลยก็ได้

ขั้นตอนในการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ

การจัดนิทรรศการนั้น นับได้ว่ามีการจัดกันมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่มนุษย์รู้จักนำเอาสิ่งที่มีอยู่หรือสิ่งที่หามาได้มาวางจัดแสดงให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยอาจเพื่อการแลกเปลี่ยน การอวด การซื้อขาย หรือเพื่อจุดประสงค์ใดก็ตาม จากนั้นจึงค่อย ๆ พัฒนารูปแบบการจัดแสดงดังกล่าวให้น่าดูน่าสนใจ เช่น มีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนการจัดแสดง มีการแยกหมวดหมู่ให้ง่ายแก่การรับรู้ จดจำ และทำความเข้าใจ มีการจัดสถานที่ด้วยแสงสีเสียงเพื่อสร้างบรรยากาศ ตลอดจนต้องมีการออกแบบ วางแผน ในการจัดแต่ละครั้งให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ จำเป็นต้องมีการวางแผนงาน เตรียมการ ดำเนินการ และวัดผลประเมินผลจนครบวงจร ซึ่งมีขั้นตอนการจัดนิทรรศการศิลปะโดยทั่วไป ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์และวางแผน ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเขียนโครงการจัดนิทรรศการ ซึ่งประกอบด้วยหลักการและเหตุผล (ประโยชน์และความจำเป็น) วัตถุประสงค์ เป้าหมาย (เชิงปริมาณและคุณภาพ) ขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา สถานที่ งบประมาณ การวัดผลประเมินผลและผลที่คาดว่าจะได้รับ (เมื่อสิ้นสุดโครงการ)
2. การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดนิทรรศการ โดยมีตำแหน่งประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายสถานที่ พิธีการ ต้อนรับ การเงิน ประชาสัมพันธ์ โสตทัศนูปกรณ์ เป็นต้น
3. การเตรียมผลงานศิลปะ หรือการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเตรียมจัดแสดง รวมทั้งการติดการ์ด หรือใส่กรอบผลงาน
4. การประชาสัมพันธ์ เป็นการเชิญชวนให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนไปร่วมชมนิทรรศการทั้งในรูปแบบของการจัดทำแผ่นพับ โปสเตอร์ บัตรเชิญ ป้ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สื่อมวลชน
5. การเตรียมสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ เป็นการจัดเตรียมสถานที่ แสง เสียง บอร์ดแสดงผลงาน ไม้ประดับ โต๊ะ เก้าอี้ ริบบิ้นเปิดงาน สมุดเซ็นเยี่ยม และวัสดุอุปกรณ์ อื่นๆ
6. การจัดงานและพิธีการ เป็นการจัดกำหนดการพิธีการ และดำเนินการเปิดงานแสดงนิทรรศการ เช่น จัดทำ กำหนดการ คำกล่าวรายงาน คำกล่าวเปิดการนำชม การแสดงและการสาธิตผลงาน เป็นต้น
7. การวัดผลประเมินผล เป็นขั้นสุดท้ายที่ต้องการทราบผลการจัดนิทรรศการว่าบรรลุผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการหรือไม่ ซึ่งสามารถวิเคราะห์จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ชม จากสมุดเยี่ยมชม และจากที่ประชุมของคณะกรรมการ

พื้นที่จัดสรรของเหล่าศิลปิน อีกความเคลื่อนไหวในสังคมสร้างสรรค์ไทย


ศิลปะวัตถุและโบราณสถานเปรียบเสมือนแบบเรียนประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวความเจริญทางศิลปะวัฒนธรรมในอดีตของชนแต่ละชาติ แต่สำหรับอนาคต ศิลปะยุคสมัยใดจะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปของสังคม หากไม่ใช่ปัจจุบัน นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และศูนย์วัฒนธรรมแล้ว “ชุมชนทางศิลปะ” อันหมายถึง พื้นที่ทั้งในแง่ของสถานที่และในเชิงความคิดที่ศิลปินมีโอกาสได้ทำงานและแสดงผลงานร่วมกัน ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์ผลงานและการแสดงออกทางศิลปะแขนงต่างๆ ตลอดจนช่วยพัฒนาองค์ความรู้ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมและช่วยให้ศิลปะอันเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญในสังคมนั้นธำรงอยู่

ในต่างประเทศ บรรดาศิลปินทั้งมีชื่อและ(ยัง)ไม่มีชื่อมักจะเสาะหาที่พำนักราคาถูกเพื่อยึดเป็นสตูดิโอสร้างสรรค์ผลงานและพากันย้ายไปอยู่รวมกันจนกระทั่งเกิดเป็นกระแสและกลายเป็นชุมชนทางศิลปะในที่สุด ตัวอย่างที่เป็นโมเดลระดับโลกคือโรงงานทอฝ้ายเก่า Spinnerei ในเมือง Leipziger ประเทศเยอรมันและ 798 Art District โรงผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งหลังจากที่โรงงานทั้งสองแห่งเลิกใช้งานมาระยะหนึ่ง (และถูกทิ้งร้าง) มันก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นสตูดิโอและแกลเลอรี่ เริ่มจากหนึ่งเป็นสิบจากสิบเป็นร้อย จนกระทั่งเกิดเป็นชุมชนทางศิลปะไปในที่สุด

สำหรับประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่จำนวนพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์สู้จำนวนห้างสรรพสินค้าไม่ได้ แต่ความเคลื่อนไหวทำนองเดียวกับในต่างประเทศก็ได้เริ่มสร้างแรงกระเพื่อมขึ้นแล้ว เพราะบนพื้นที่ 3 ไร่ในซอยวิภาวดีรังสิต 64 คือ V64 Art Studio สตูดิโอขนาดเท่าโกดังเก็บสินค้าพร้อมด้วยแกลเลอรี่ 35 ห้องที่กำลังกลายร่างตั้งไข่เพื่อเป็น “ชุมชนทางศิลปะ” แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร

ด้วยความที่เป็นศิลปิน การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องที่ถนัดนัก แต่คุณกิตติก็เชื่อว่าความศรัทธาในวิชาชีพบวกกับความตั้งใจที่จะเรียนรู้น่าจะช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ “กระบวนการทำงานเริ่มจากการคุยกันในกลุ่มว่าใครจะมาร่วมทำบ้าง เมื่อรวมกลุ่มกันได้แล้วเราก็เริ่มหาสถานที่ ซึ่งมีหลายที่ที่เหมาะสม อย่างเช่น โกดังเก่าริมน้ำ แต่ดันติดปัญหาเรื่องราคา ติดต่อเจ้าของไม่ได้ ฯลฯ จนกระทั่งเรามาได้ที่นี่ พวกเราเริ่มทำงานจากที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการที่ต้องเรียนรู้เยอะมาก เช่นการเช่าสถานที่ที่ไม่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาเช่าได้ ทำให้เราต้องไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องศึกษาทั้งเรื่องของกฎหมายและเรื่องนอกกฎหมายต่างๆ”

การจัดนิทรรศการมีการจัดที่แตกต่างกันออกไปและการจัดในสมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน

การจัดแสดงหรือจุลนิทัศน์ หมายถึง นิทรรศการขนาดเล็กมากที่นำเสนอข้อมูล วัตถุสิ่งของผลงาน สินค้า หรือผลิตภัณฑ์บางส่วนพอเป็นตัวอย่างในสถานที่ที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเหมาะสม โดยเน้นเป็นพิเศษเพื่อเร้าใจให้ผู้ชมเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ในประเทศไทยกิจกรรมการจัดนิทรรศการ ได้จัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะนั้นยังใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า เอกซฮิปิเชน ครั้งที่ 1 นิทรรศการ เป็นการรวบรวมสิ่งของและวัสดุเป็นชุด ๆ เพื่อขมวดความคิดตามวัตถุประสงค์ทางการศึกษาหากเป็นกิจกรรมด้านการค้าการจัดนิทรรศการเป็นการแสดงผลงานสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมให้คนทั่วไปชม หรือเป็นการจัดแสดงสื่อที่รวบรวมได้แก่ชุมชน อาจเป็นผลงานศิลปะอุตสาหกรรมหรือการโฆษณาสินค้า นอกจากนี้อาจเป็นการรวบรวมงานประติมากรรมต่าง ๆ หรือสิ่งของอื่น ๆ เพื่อจัดแสดงในที่สาธารณชนที่ผู้คนสามารถเข้าไปชมได้ เป็นการสร้างความสนใจให้กับผู้ที่ผ่านไปผ่านมา การให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ความคิด เร้าให้เกิดความสนใจเกี่ยวกับเนื้อหาซึ่งกระตุ้นให้มีการกระทำบางอย่าง

การจัดนิทรรศการเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับมนุษยชาติ แต่ในยุคแรกเริ่มอาจจะยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนแน่นอน ในยุคก่อนประวัติศาสตร์คงไม่มีชื่อเรียกว่า นิทรรศการ หรือ exhibition, fair, expo แต่อย่างใด อาจเป็นเพียงการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ไว้ในที่ที่เคยวางเป็นประจำ การวาดภาพตามผนังถ้ำเพื่อถ่ายทอดความเชื่อ การนำสินค้ามาจัดแสดงเพื่อการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขาย ดังนั้นการนำเสนอประวัติของนิทรรศการจึงประกอบด้วยรายละเอียดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการจัดนิทรรศการจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งภาพแสดงประวัติของนิทรรศการนิทรรศการเป็นสื่อที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูงในการดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีเนื่องจากความหลากหลายของสื่อสามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้ชมได้ดังนั้นนิทรรศการที่ดีจะมีอิทธิพลต่อผู้ชมในด้านความรู้ความเข้าใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์และความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงเจตคติ รวมทั้งการตัดสินใจดังจะเห็นได้จากตัวอย่างนิทรรศการทางการศึกษา ทางการค้าและทางศิลปวัฒนธรรม

ความหลากหลายของสื่อผลงานศิลปินและนิทรรศการ

การจัดนิทรรศการเป็นสื่อประเภทหนึ่งที่เข้าถึงผู้ชมได้ดี

สามารถให้ประสบการณ์การเรียนรู้แก่ผู้ชมได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์ตรง เพราะนิทรรศการให้โอกาสในการเห็นและการจับต้องสัมผัสหรือได้ยินเสียง ดังนั้นจึงทำให้ผู้ชมชื่นชอบหรือตื่นตัวในขณะชมนิทรรศการได้ ซึ่งในการจัดนิทรรศการเพื่อดึงดูดและเร้าความสนใจแก่ผู้ชม ตลอดจนสื่อความหมายหรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ชมได้ดีเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการออกแบบและการจัดนิทรรศการว่าจะจัดทำได้ดีมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งในการจัดออกแบบจัดนิทรรศการนั้นมีขั้นตอน คือ การวางแผน การเตรียมการการออกแบบ และการดำเนินการ

นิทรรศการ เป็นวิธีส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมกันอย่างมีระบบ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ การศึกษา และร่วมกิจกรรม ดังนั้นวัตถุสิ่งของที่จะนำมาจัดแสดงควรผ่านการพิจารณาในด้านคุณสมบัติบางประการเสียก่อน เพื่อให้นิทรรศการมีผลที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการเลือกใช้วัสดุสิ่งของใดๆมาจัดแสดงนั้น ผู้จัดจะต้องมีความมั่นใจว่าสื่อนั้นมีความเหมาะสมถูกต้อง และดีพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของนิทรรศการ และจะต้องมั่นใจว่าสิ่งที่นำมาจัดนั้น สามารถเข้ากับพื้นที่จำกัดของบริเวณงานแสดงได้

ผู้จัดงานจะต้องรู้และเข้าใจในการออกแบบนิทรรศการ จะต้องเข้าใจนโยบาย เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของหน่วยงานเสียก่อน จากนั้นจึงรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะจัดแสดง ระยะเวลา ความร่วมมือจากชุมชนและอื่นๆ ก่อนพิจารณาข้อจำกัดและเงื่อนไขทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน แล้วจึงคัดเลือกวิธีการที่จะดำเนินการ โดยวิเคราะห์ทางปฏิบัติที่น่าจะเป็นไปได้ในการทบทวนเพื่อหาความมั่นใจหรือหาข้อบกพร่องในทุกด้าน แล้วบันทึกการดำเนินการโดยละเอียดเพื่อจะได้ทำการประเมินผลภายหลังว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์เพียงใด

นิทรรศการที่ดีจะมีอิทธิพลต่อผู้ชมในด้านความรู้ความเข้าใจ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์และความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงเจตคติ รวมทั้งการตัดสินใจดังจะเห็นได้จากตัวอย่างนิทรรศการทางการศึกษา ทางการค้าและทางศิลปวัฒนธรรม เป็นสื่อที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูงในการดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีเนื่องจากความหลากหลายของสื่อสามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้ชมได้ ดังนั้นการออกแบบจัดนิทรรศการคือกระบวนการคิดสร้างสรรค์นำสิ่งที่มีอยู่มาจัดแสดงให้มีความแปลกใหม่จากการรับรู้โดยทั่วไป เช่น การจัดมุมมอง การจัดแสง สี เสียง ประกอบการรับรู้ การสร้างบรรยากาศกระตุ้นเร้าความสนใจ

บ้านศิลปิน หัวหิน ก่อตั้งขึ้นจากความรักในงานศิลป์

ถ้าหากจะพูดว่าหัวหินเป็น ถิ่นที่มีมนต์ขลังอยู่มิเสื่อมคลาย ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะตั้งแต่ในอดีตมาจนปัจจุบันนี้ ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องมนต์เสน่ห์ของหัวหินจนต้องแวะเวียนกลับมา เยี่ยมเยือนกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาพักผ่อนหย่อนใจริมชายหาด หรือจะมาหากิจกรรมอื่นๆ ทำร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัว และการมาหัวหินของเราคราวนี้ เราก็มีโอกาสแวะไปเยี่ยมชมหัวหินในอีกแง่มุม ที่ต่างออกไปจากภาพชายหาดริมทะเล

ห่างจากตัวเมืองหัวหินออกมาไม่ไกลนัก เราก็จะมาถึง “บ้านศิลปิน หัวหิน” สถานที่ซึ่งเหล่าศิลปินจากเมืองหัวหินได้มารวมตัวกันอยู่ภายใต้บรรยากาศอัน ร่มรื่น เย็นสบาย โดยหมู่บ้านศิลปินแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นจากความรักในงานศิลป์ของ คุณชุมพล ดอนสกุล นักสะสมงานศิลปะ และอาจารย์ทวี เกศางาม ศิลปินสีน้ำฝีมือเยี่ยมของไทย ซึ่งทั้งสองร่วมกันชักชวนกลุ่มศิลปินมารวมกลุ่มกันบนพื้นที่แห่งนี้ ที่ถูกจัดสรรให้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและเป็นสตูดิโอสร้างสรรค์ผลงาน รวมทั้งยังจัดให้มีพื้นที่ในการแสดงงานศิลปะ และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย นับจากวันที่ก่อตั้งในปี 2547 นั้น ปัจจุบันหมู่บ้านศิลปินก็เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญด้านศิลปะวัฒนธรรม ของเมืองหัวหิน ในปี 2550 ด้วย

เพียงแค่ก้าวเข้ามาในบริเวณ เราก็จะสัมผัสได้ถึงวิถีแบบชาวบ้านของคนในหมู่บ้านศิลปินทันที ถึงแม้โครงสร้างบ้านจะเรียบง่าย แต่ก็แอบแฝงไปด้วยมุมมองตามสไตล์ของศิลปินแต่ละคน ในแต่ละมุมมีผลงานทางศิลปะอีกหลายชิ้นทั้งของมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ถูกจัดวางโชว์ไว้ให้ทุกคนได้ชื่นชมกันแบบไม่มีหวง ส่วนใครที่ไม่ได้รีบร้อนไปที่ไหนต่อ ก็สามารถแวะนั่งพักจิบกาแฟหอมกรุ่น เคล้าเสียงดนตรีเบาๆ ที่เหล่าศิลปินผลัดเปลี่ยนกันนำมาบรรเลง ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้พักทอดอารมณ์ ชื่นชมไปกับบรรยากาศรอบๆ ข้างได้อิ่มเอมมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากได้แวะเวียนมาในวันเสาร์แล้วล่ะก็ รับรองว่าหลายๆ คนคงได้เพลิดเพลินกันจนลืมเลือนเวลากันเลยทีเดียว เพราะ “ตลาดนัดงานศิลป์ ” ที่จัดขึ้นทุกวันเสาร์นั้น จะมีทั้งดนตรี การแสดง การออกร้านขายของ มายากล รวมถึงกิจกรรมสอนวาดรูป เพ้นท์เสื้อ ผ้าพันคอ หน้ากาก ฯลฯ ส่วนในห้องจัดแสดง หรือหอศิลป์ ซึ่งเปรียบได้กับห้องรับแขกของหมู่บ้านนั้น ก็เปิดต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ภายในมีทั้งงานภาพเขียนสีน้ำมัน สีน้ำ สีอะครีลิค ขนาดต่างๆ วางโชว์อยู่มากมาย ซึ่งผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงนั้น มีตั้งแต่ผลงานของศิลปินชั้นครู ไปจนถึงศิลปินร่วมสมัย

เทคโนโลยีกับผลงานศิลปินและนักวาดเขียน

งานเขียนหรืองานวาดภาพศิลปะ เป็นงานที่สร้างสรรค์โลกให้มีสุนทรียภาพให้สวยงาม โดยงานเขียนศิลปะจะมีคุณค่ามากน้อยขึ้นอยู่กับจิตรกรผู้สร้างสรรค์ ที่จะสามารถถ่ายทอดจินตนาการของตนเองได้ดีแค่ไหนและสื่อให้ผู้อื่นเข้าใจตาม งานศิลปะนั้นจึงจะมีคุณค่าในสายตาผู้อื่น อาชีพจิตรกรจึงเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล แต่ที่จริงแล้วเงินไม่ใช่ตัวกำหนดคุณค่าของศิลปะเสมอไป ขึ้นอยู่กับจิตรกรท่านนั้นมีความสุขกับงานศิลปะของตนเองก็เกินพอ ส่วนเงินเป็นของแถมเท่านั้นเอง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการวาดภาพบนโลกใบนี้มีมากมาย เพียงค้นหาตนเองและแนวทางให้เจอท่านอาจเป็นผู้หนึ่งที่ฝากชื่อไว้ในวงการศิลปะก็เป็นได้

สำหรับงานทางด้านจิตรกรโดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นในด้านการเขียน ภาพวาดภาพต่าง ๆ ลงบนวัสดุ เช่น ผ้าใบ ผ้า กระดาษ ไม้ หรืออื่น ๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ โดยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของจิตรกร ผ่าน พู่กัน ดินสอ ปากกา ออกมาเป็นรูปร่างให้มีลักษณะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยลวดลายที่บรรจงสวยงามตามแต่จิตรกรแต่ละท่านจะสร้างสรรค์รวมไปถึงการทำงานในด้าน การวาดภาพในผนังวัด โบสถ์ หรือ ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เราเรียกว่างานจิตรกรรมนั่นเอง ซึ่งการวาดภาพต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับนักวาดรูปด้วยว่ามีความถนัดในด้านใด เช่น การวาดด้วยสีน้ำมัน หรือสีโปสเตอร์ หรือการวาดด้วยสีแท่ง

สำหรับผู้เริ่มประกอบอาชีพนี้ การประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเองเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นจึงควรบริหารการจัดเก็บข้อมูลแฟ้มภาพของตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยอาจใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าช่วยจัดเก็บรวบรวมผลงานที่สามารถนำเสนอประชา สัมพันธ์ต่อลูกค้า ผู้สนใจทั่วไป หรือสื่อมวลชน หรืออาจติดต่อเว็บไซต์ที่จัดขายสินค้าในหมวดศิลปะภาพวาด

การเข้าร่วมแสดงผลงานกับจิตรกรที่ประสบความสำเร็จ หรือจัดงานแสดงภาพวาดของตนเองโดยอาจขอความสนับสนุนจากองค์กรของรัฐ เอกชน หรือสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโอกาสการขายงานหรือภาพวาดได้มากขึ้น

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายศิลปกรรมของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ นักออกแบบฉากหรือเวที นักวาดภาพประกอบในนิตยสาร หนังสือต่างๆ นักออกแบบลวดลายต่างๆ เพื่อใช้ตกแต่งในบ้านเรือน เครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องใช้ หรือบัตรอวยพรเอนกประสงค์ นักออกแบบแสตมป์หรือสัญลักษณ์ วิทยากร ครู–อาจารย์ มัคคุเทศก์นำชมภาพศิลปะทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือมัคคุเทศก์ในการนำชมธรรมชาติ เจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ให้กับกลุ่มเยาวชน

ซึ่งปัจจุบันนี้ผลงานศิลปะนั้นได้นำเอาเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน เพื่อให้ผลงานศิลปะนั้นดูมีความทันสมัยและเข้ากับยุคสมัยมากขึ้นด้วย

สื่อแสดงผลงานศิลปินที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูงในการดึงดูดความสนใจของผู้ชม

การจัดนิทรรศการเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับมนุษยชาติ

แต่ในยุคแรกเริ่มอาจจะยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนแน่นอนแต่อย่างใด อาจเป็นเพียงการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ไว้ในที่ที่เคยวางเป็นประจำ การวาดภาพตามผนังถ้ำเพื่อถ่ายทอดความเชื่อ การนำสินค้ามาจัดแสดงเพื่อการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขาย ดังนั้นการนำเสนอประวัติของนิทรรศการจึงประกอบด้วยรายละเอียดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการจัดนิทรรศการจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งภาพแสดงประวัติของนิทรรศการ นิทรรศการที่ดีจะมีอิทธิพลต่อผู้ชมในด้านความรู้ความเข้าใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์และความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงเจตคติ รวมทั้งการตัดสินใจดังจะเห็นได้จากตัวอย่างนิทรรศการทางการศึกษา ทางการค้าและทางศิลปวัฒนธรรม

การจัดแสดงผลงาน เป็นวิธีการเผยแพร่ผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้สื่อในการเผยแพร่ที่เหมาะสมจะทำให้บุคคลเป้าหมายสามารถเข้าถึงผลงานต้นแบบ หรือข้อมูลแสดงรายละเอียดของผลงานได้ง่าย บุคคลเป้าหมายนี้นอกเหนือจาก นิสิต คณาจารย์ บุคลากร หรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรงแล้ว ยังได้แก่สาธารณชนในวงกว้างเพื่อสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับ โดยเป็นการจัดทำฐานข้อมูลที่เป็นการรวบรวมผลงาน และการเลือกสื่อในการเผยแพร่ เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเผยแพร่ผลงาน การเผยแพร่โดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตนับเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเผยแพร่ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นต่อบุคคลเป้าหมายถึงผู้สนใจทั่วไป

การให้ความรู้และดึงดูดให้ผู้อื่นสนใจในงานจัดแสดงผลงาน

1) ผลงานที่จัดแสดงต้องเป็นงานที่ทำในปีนี้เท่านั้น
2) ชื่อโครงงานที่ดี ชื่อโครงงานมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดความสนใจควรบ่งบอกถึงงานวิจัยของผู้พัฒนาอย่างถูกต้องและเรียบง่าย อีกทั้งดึงดูดให้ผู้อื่นต้องการเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับโครงงานของท่าน
3) รูปถ่าย หลายโครงงานมีอุปกรณ์บางส่วนที่ไม่อาจจัดแสดงในงานได้อย่างปลอดภัย ผู้พัฒนาอาจถ่ายภาพส่วนสำคัญของการทดลองเพื่อใช้ในการจัดแสดง
4) เป็นระเบียบ การจัดแสดงผลงานควรเรียงลำดับอย่างมีเหตุผลและอ่านง่าย ผู้ชมควรสามารถเห็นชื่อโครงงาน การทดลอง ผลการทดลอง และสรุปผลได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เมื่อจัดเตรียมบอร์ดควรจินตนาการว่าเราเห็นบอร์ดเป็นครั้งแรก
5) ดึงดูดสายตา จัดบอร์ดให้โดดเด่น ใช้หัวเรื่อง แผนภูมิและกราฟที่ประณีตและมีสีสันเพื่อจัดแสดงโครงงาน อุปกรณ์ที่ทำเองภายในบ้าน กระดาษจัดบอร์ดและเครื่องเขียนที่มีสีสันช่วยในการจัดแสดงโครงงาน เอาใจใส่เป็นพิเศษในการระบุชื่อและอ้างอิงกราฟ แผนภูมิและตาราง ผู้ชมควรสามารถเข้าใจสิ่งที่จัดแสดงโดยไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติม
6) การเอาใจใส่เป็นพิเศษในการระบุชื่อและอ้างอิงกราฟ/แผนภูมิ/ตาราง เอกสารใดที่อ้างอิงมาจากที่อื่นต้องมีการอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน ในกรณีที่มีภาพถ่ายบุคคลอื่นหรือรูปภาพนอกเหนือจากผู้พัฒนา ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

การจัดแสดงผลงานนิทรรศการเป็นสื่อที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูงในการดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดี เนื่องจากความหลากหลายของสื่อสามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้ชมได้ ดังนั้นนิทรรศการที่ดีจะมีอิทธิพลต่อผู้ชมในด้านความรู้ความเข้าใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์และความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงเจตคติ รวมทั้งการตัดสินใจดังจะเห็นได้จากตัวอย่างนิทรรศการทางการศึกษา ทางการค้าและทางศิลปวัฒนธรรม

วันหยุดนี้ ไปชมศิลปะ Art in Paradise พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ

วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปโพสท่าแอ็คชั่นถ่ายภาพกันที่ พิพิธภัณฑ์ ภาพ 3 มิติ Art in Paradise แห่งเดียวในไทยที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่กำลังฮอทฮิตติดชาร์จอยู่ในตอนนี้

Art in Paradise Museum, Pattaya หรือ Illusion Art Museum ตั้งอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 ซอย 1 ย่านพัทยาเหนือ มีพื้นที่กว่า 5,800 ตารางเมตร ภายในแบ่งเป็นห้องแสดงงาน 10 ห้องภาพ ที่วาดขึ้นทั้งหมดได้แก่ ห้องแรกลวงตา ห้องใต้สมุทร ห้องแห่งสัตว์ป่า ห้องภาพวาดศิลปิน ระดับโลก ห้องอารยธรรม ห้องศิลปะแนวเหนือจริง ห้องไดโนเสาร์ ห้องน้ำตก ห้องวิวทิวทัศน์ ห้องนิทรรศการศิลปะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ช่วยสร้างสีสันและรอยยิ้มบนสนุกสนานโดยให้ผู้ชมได้เข้ามามีส่วนร่วมในภาพวาด ด้วยการคลีเอทท่าทางโพสท่าถ่ายภาพ ไปตามจินตนาการ กับไอเดียสนุกๆ ของผู้ริเริ่ม เป็นความแปลกแหวกแนวและแตกต่างไปจากการเดินชมงานศิลป์ตามงานนิทรรศการทั่วไป ที่จะทำให้เราตื่นตะลึงและเพลิดเพลินกับภาพที่เสมือนจริงแบบทะลุกรอบ 3 มิติ

ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ได้มีการจัดแสดงผลงานทางศิลปะชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการสร้างสรรค์โดยศิลปินของ Art in Paradise เน้นงานศิลปะประเภท Interactive Art หรือ “ศิลปะเชิงโต้ตอบ” ผสมไอเดียแก๊กและมุมขำขันนิดหน่อย กลายเป็นมนต์เสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์ ภาพวาด 3 มิติ แห่งนี้

ด้วยแนวความคิดของ นายชิน แจยอล ชาวเกาหลี เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ที่อยากให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจงานศิลปะอย่างง่ายดายแล้ว และเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ แห่งใหม่ของพัทยาและประเทศไทย โดยเปิดให้ผู้มีใจรักศิลปะทุกเพศทุกวัยได้มีส่วนร่วมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะ